การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอข้อมูลสินค้า บริการ และรายละเอียดของบริษัทบนช่องทางออนไลน์ได้อย่างเป็นระบบ แต่สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ สิ่งที่ต้องเตรียมไม่ได้มีเพียงรูปภาพหรือข้อความเท่านั้น ยังมีเรื่องของโครงสร้างเว็บไซต์ ระบบจัดการ เนื้อหา Domain, Hosting รวมถึงการดูแลหลังเปิดเว็บไซต์
WordPress เป็นหนึ่งในระบบที่สามารถนำมาปรับใช้กับเว็บไซต์ได้หลากหลายประเภท และเหมาะกับผู้ที่ต้องการบริหารเนื้อหาเองในอนาคต การ ทำเว็บ WordPress จึงเป็นทางเลือกที่สามารถเริ่มต้นจากเว็บไซต์ขนาดเล็ก แล้วค่อย ๆ เพิ่มเนื้อหาและฟังก์ชันตามการเติบโตของธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้เว็บไซต์ใช้งานได้อย่างราบรื่น ควรวางแผนตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้างเว็บไซต์ เพื่อให้แต่ละส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม
ก่อนทำเว็บ WordPress ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูลที่ต้องใช้สำหรับเว็บไซต์ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อทั้งโครงสร้างและการออกแบบ
สิ่งที่ควรเตรียม เช่น
- ชื่อบริษัทหรือชื่อธุรกิจ
- โลโก้
- รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจ
- รายการสินค้าและบริการ
- รูปภาพ
- ข้อมูลการติดต่อ
- ที่อยู่และช่องทาง Social Media
- จุดเด่นของสินค้าและบริการ
- เนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ
- ตัวอย่างเว็บไซต์หรือแนวทางดีไซน์ที่ชอบ
การเตรียมข้อมูลให้พร้อมช่วยให้ขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์ดำเนินไปได้ง่ายขึ้น และลดการแก้ไขเนื้อหาจำนวนมากหลังจากเว็บไซต์เสร็จแล้ว
กำหนดเป้าหมายของเว็บไซต์ก่อนออกแบบ
เว็บไซต์แต่ละธุรกิจมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน บางเว็บไซต์เน้นสร้างความน่าเชื่อถือ บางเว็บไซต์เน้นนำเสนอสินค้า บางเว็บไซต์ต้องการรับลูกค้าผ่านแบบฟอร์ม หรือสร้างบทความเพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูล
จึงควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น
เว็บไซต์บริษัท
เน้นแนะนำองค์กร สร้างความน่าเชื่อถือ และนำเสนอข้อมูลบริการ
เว็บไซต์ธุรกิจบริการ
เน้นอธิบายรายละเอียดบริการ พร้อมช่องทางให้ลูกค้าสอบถาม
เว็บไซต์ร้านค้า
เน้นนำเสนอสินค้า ราคา รายละเอียด และกระบวนการสั่งซื้อ
เว็บไซต์ Content
เน้นการสร้างบทความและข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมาย
เมื่อรู้เป้าหมายแล้วจึงสามารถเลือกโครงสร้างและฟังก์ชันที่เหมาะสมได้
วาง Sitemap ก่อนเริ่มทำเว็บไซต์
Sitemap ในที่นี้หมายถึงการวางโครงสร้างหน้าต่าง ๆ ของเว็บไซต์ก่อนลงมือสร้างจริง
ตัวอย่างโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่
- หน้าแรก
- เกี่ยวกับเรา
- สินค้า
- บริการ
- ผลงาน
- บทความ
- FAQ
- ติดต่อเรา
ไม่จำเป็นต้องมีทุกหน้าตามตัวอย่าง แต่ควรเลือกตามความต้องการของธุรกิจ
การวางโครงสร้างล่วงหน้าช่วยให้เห็นภาพว่าเว็บไซต์ต้องมีหน้าใดบ้าง และแต่ละหน้าควรเชื่อมโยงถึงกันอย่างไร
ทำเว็บ WordPress โดยคำนึงถึงผู้ใช้งาน
เว็บไซต์ที่สวยงามอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากผู้เข้าชมไม่สามารถค้นหาข้อมูลได้ง่าย
การออกแบบจึงควรให้ความสำคัญกับ User Experience หรือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เช่น
- เมนูเข้าใจง่าย
- ข้อมูลสำคัญมองเห็นได้ชัด
- ตัวอักษรอ่านง่าย
- ปุ่มติดต่อใช้งานสะดวก
- หน้าเว็บไม่ซับซ้อน
- มีลำดับข้อมูลที่ชัดเจน
- สามารถใช้งานบนมือถือได้
เป้าหมายคือทำให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้โดยไม่ต้องใช้ขั้นตอนมากเกินไป
เลือกธีม WordPress ให้เหมาะกับเว็บไซต์
ธีมเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแสดงผลของเว็บไซต์ จึงควรเลือกให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ
ก่อนเลือกธีมควรพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เช่น
- รองรับมือถือ
- ปรับแต่งได้
- มีโครงสร้างเหมาะกับเว็บไซต์
- ไม่ใส่องค์ประกอบที่ไม่จำเป็นมากเกินไป
- มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
- ทำงานร่วมกับปลั๊กอินที่จำเป็นได้
ไม่ควรเลือกธีมจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว เพราะเว็บไซต์ที่มีองค์ประกอบมากเกินความจำเป็นอาจทำให้การดูแลระบบซับซ้อนขึ้น
เลือกปลั๊กอินเท่าที่จำเป็น
ข้อดีของ WordPress คือสามารถเพิ่มความสามารถให้เว็บไซต์ผ่าน Plugin ได้ เช่น แบบฟอร์มติดต่อ ระบบ SEO ระบบ Cache ระบบร้านค้า หรือระบบรักษาความปลอดภัย
แต่การติดตั้งปลั๊กอินจำนวนมากโดยไม่มีการวางแผนอาจเพิ่มภาระในการดูแลเว็บไซต์
ก่อนติดตั้ง Plugin ควรถามตัวเองว่า
- ฟังก์ชันนี้จำเป็นหรือไม่
- มีฟังก์ชันซ้ำกับ Plugin อื่นหรือไม่
- รองรับ WordPress เวอร์ชันที่ใช้งานหรือไม่
- มีการอัปเดตหรือไม่
- ส่งผลต่อประสิทธิภาพเว็บไซต์หรือไม่
การเลือกใช้เฉพาะส่วนที่จำเป็นช่วยให้ระบบ WordPress ดูแลง่ายขึ้น
Domain และ Hosting คือส่วนสำคัญของเว็บไซต์
นอกจาก WordPress แล้ว เว็บไซต์ยังต้องมี Domain สำหรับใช้เป็นที่อยู่เว็บไซต์ และ Hosting สำหรับจัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์
Domain ควรเลือกชื่อที่จดจำง่ายและสอดคล้องกับธุรกิจ ส่วน Hosting ควรเลือกให้เหมาะกับขนาดเว็บไซต์และรูปแบบการใช้งาน
สิ่งที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับ Hosting เช่น
- CPU
- RAM
- พื้นที่จัดเก็บข้อมูล
- ประสิทธิภาพของ Storage
- การรองรับ WordPress
- SSL
- ระบบ Backup
- ระบบจัดการ
- ช่องทาง Support
- ความสามารถในการอัปเกรด
การเลือก Hosting อย่างเหมาะสมช่วยให้เว็บไซต์มีพื้นฐานที่พร้อมสำหรับการใช้งานจริง
ทำเว็บ WordPress ให้พร้อมรองรับมือถือ
เว็บไซต์ธุรกิจควรตรวจสอบการแสดงผลบนหน้าจอหลายขนาด โดยเฉพาะสมาร์ตโฟน
องค์ประกอบที่ควรทดสอบ ได้แก่
เมนู
เมนูควรกดใช้งานง่ายและไม่ทำให้ผู้ใช้งานสับสน
รูปภาพ
รูปภาพควรแสดงผลโดยไม่ล้นออกนอกหน้าจอ
ตัวอักษร
ข้อความควรอ่านได้โดยไม่ต้องขยายหน้าจอมากเกินไป
แบบฟอร์ม
หากเว็บไซต์มี Contact Form ควรตรวจสอบว่าการกรอกข้อมูลบนมือถือทำได้สะดวก
การทดสอบ Responsive Design ก่อนเปิดเว็บไซต์ช่วยลดปัญหาที่ผู้ใช้งานอาจพบหลังเปิดเว็บไซต์จริง
วางพื้นฐาน SEO ตั้งแต่เริ่มทำเว็บ
หากมีแผนให้เว็บไซต์สร้าง Traffic จาก Search Engine ควรวางพื้นฐาน SEO ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
- Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
- โครงสร้าง URL
- Heading
- Title และ Description
- Internal Link
- หมวดหมู่บทความ
- เนื้อหาที่ตอบโจทย์ผู้ค้นหา
- การแสดงผลบนมือถือ
- ความเร็วเว็บไซต์
การวางโครงสร้างตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเว็บไซต์มีจำนวนหน้าเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก
เนื้อหาคือส่วนสำคัญของเว็บไซต์ธุรกิจ
หลังจาก ทำเว็บ WordPress เสร็จแล้ว ไม่ควรปล่อยให้เว็บไซต์มีข้อมูลเดิมโดยไม่ปรับปรุงเป็นเวลานาน
สามารถวางแผน Content ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น
- บทความให้ความรู้
- คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย
- วิธีเลือกสินค้า
- วิธีใช้งานบริการ
- เปรียบเทียบตัวเลือก
- แนวทางแก้ปัญหา
- ข่าวสารของธุรกิจ
- ผลงานหรือ Case Study
Content ที่มีประโยชน์ช่วยให้เว็บไซต์มีข้อมูลสำหรับผู้เข้าชม และสามารถนำไปต่อยอดในแผน SEO ได้
ตรวจสอบเว็บไซต์ก่อนเปิดใช้งานจริง
เมื่อเว็บไซต์พัฒนาเสร็จแล้ว ควรตรวจสอบทุกส่วนก่อนเผยแพร่
ตรวจสอบหน้าเว็บไซต์
เปิดดูทุกหน้าว่าข้อมูลถูกต้อง รูปภาพแสดงครบ และไม่มีข้อความที่ยังเป็นข้อมูลตัวอย่าง
ตรวจสอบลิงก์
คลิกลิงก์ภายในเว็บไซต์และปุ่มต่าง ๆ เพื่อดูว่าสามารถไปยังหน้าที่ถูกต้อง
ตรวจสอบแบบฟอร์ม
ทดลองส่งข้อมูลผ่าน Contact Form เพื่อดูว่าระบบรับข้อมูลและแจ้งเตือนได้ตามที่กำหนด
ตรวจสอบมือถือ
เปิดเว็บไซต์จากอุปกรณ์หรือหน้าจอหลายขนาด เพื่อดูการแสดงผล
ตรวจสอบ SSL
ตรวจสอบว่าเว็บไซต์สามารถใช้งานผ่าน HTTPS ได้อย่างเหมาะสม
ตรวจสอบ Backup
ควรมีแนวทางสำรองข้อมูลก่อนเปิดเว็บไซต์และหลังจากมีการแก้ไขระบบสำคัญ
หลังทำเว็บ WordPress ไม่ควรหยุดดูแล
เว็บไซต์ต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะ WordPress ธีม และ Plugin มีการอัปเดตตามเวลา
การดูแลพื้นฐานประกอบด้วย
- อัปเดต WordPress
- อัปเดตธีม
- อัปเดต Plugin
- ตรวจสอบ Backup
- ตรวจสอบความปลอดภัย
- ลบส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน
- ตรวจสอบลิงก์
- เพิ่ม Content
- ปรับปรุงข้อมูลสินค้าและบริการ
- ตรวจสอบประสิทธิภาพเว็บไซต์
การดูแลเป็นประจำช่วยให้เว็บไซต์พร้อมใช้งานและสามารถพัฒนาต่อได้
ทำเว็บไซต์ให้พร้อมสำหรับการเติบโต
เว็บไซต์ธุรกิจอาจเริ่มจากไม่กี่หน้า แต่ในอนาคตอาจมีสินค้า บริการ และบทความเพิ่มขึ้น
ดังนั้นตั้งแต่เริ่ม ทำเว็บ WordPress ควรวางโครงสร้างให้สามารถขยายได้ เช่น เพิ่มหมวดหมู่บทความ เพิ่มหน้าบริการ หรือเพิ่มฟังก์ชันตามความต้องการ
ส่วน Hosting ก็ควรมีทางเลือกในการเพิ่มทรัพยากรเมื่อเว็บไซต์มีการใช้งานมากขึ้น
การวางแผนเพื่ออนาคตช่วยลดโอกาสที่เว็บไซต์จะต้องรื้อโครงสร้างใหม่เมื่อธุรกิจเติบโต
สรุป
การ ทำเว็บ WordPress ให้ใช้งานได้อย่างเหมาะสมควรเริ่มตั้งแต่การวางเป้าหมาย เตรียมข้อมูล กำหนดโครงสร้างเว็บไซต์ เลือกธีมและ Plugin ที่จำเป็น ไปจนถึงการเลือก Domain และ Hosting ให้เหมาะกับรูปแบบเว็บไซต์
นอกจากนี้ควรเตรียมพื้นฐาน SEO รองรับมือถือ ให้ความสำคัญกับความเร็วและความปลอดภัย รวมถึงมีแผนดูแลเว็บไซต์หลังเปิดใช้งาน
สิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ให้มีทุกฟังก์ชันตั้งแต่วันแรก แต่ควรออกแบบระบบให้สามารถพัฒนาเพิ่มเติมได้เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ทำเว็บ WordPress ใช้เวลานานหรือไม่?
ระยะเวลาในการทำเว็บไซต์ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้า รูปแบบการออกแบบ ฟังก์ชัน และปริมาณเนื้อหาที่ต้องจัดทำ จึงควรวางรายละเอียดก่อนเริ่มงานเพื่อประเมินขั้นตอนได้เหมาะสม
ทำเว็บ WordPress เหมาะกับเว็บไซต์บริษัทหรือไม่?
เหมาะกับเว็บไซต์บริษัทหลายรูปแบบ เพราะสามารถสร้างหน้าแนะนำองค์กร สินค้า บริการ ผลงาน และบทความ รวมถึงปรับปรุงเนื้อหาผ่านระบบหลังบ้านได้
ต้องเตรียม Domain ก่อนทำเว็บไซต์หรือไม่?
สามารถวางแผน Domain และเว็บไซต์ไปพร้อมกันได้ โดยควรเลือกชื่อ Domain ให้สอดคล้องกับธุรกิจและวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์
WordPress สามารถเพิ่มฟังก์ชันภายหลังได้หรือไม่?
สามารถเพิ่มฟังก์ชันผ่าน Plugin หรือการพัฒนาระบบเพิ่มเติมได้ แต่ควรตรวจสอบความเข้ากันได้และผลกระทบต่อเว็บไซต์ก่อนติดตั้ง
หลังทำเว็บ WordPress แล้วสามารถเพิ่มบทความเองได้หรือไม่?
สามารถเพิ่มและแก้ไขบทความผ่านระบบหลังบ้านของ WordPress ได้ ทำให้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้าง Content และปรับปรุงข้อมูลเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง