ในยุคที่ลูกค้าส่วนใหญ่ค้นหาข้อมูลธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่แนะนำบริษัทหรือแสดงรายละเอียดสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ รับข้อมูลจากลูกค้า และสนับสนุนการตลาดออนไลน์ของธุรกิจอีกด้วย

สำหรับเว็บไซต์ที่พัฒนาด้วย WordPress แม้ว่าระบบจะสามารถจัดการเนื้อหาได้ง่าย แต่การดูแลเว็บไซต์ในระยะยาวยังจำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบหลายด้าน ทั้งระบบเว็บไซต์ ธีม ปลั๊กอิน ความปลอดภัย การสำรองข้อมูล และการแสดงผลบนอุปกรณ์ต่าง ๆ

ดังนั้น บริการรับดูแลเว็บไซต์ WordPress จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้เว็บไซต์มีผู้ดูแลอย่างต่อเนื่อง ลดภาระของเจ้าของเว็บไซต์ และช่วยให้สามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เว็บไซต์ WordPress หลังเปิดใช้งานยังต้องดูแลอะไรบ้าง

การสร้างเว็บไซต์เสร็จไม่ได้หมายความว่างานด้านเว็บไซต์จะสิ้นสุด เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ระบบและองค์ประกอบภายในเว็บไซต์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

WordPress มีการพัฒนาระบบเป็นระยะ รวมถึงธีมและปลั๊กอินที่ผู้ดูแลเว็บไซต์นำมาใช้งานก็มีการอัปเดตเช่นกัน หากไม่มีการตรวจสอบ อาจเกิดปัญหาความเข้ากันได้ระหว่างส่วนประกอบต่าง ๆ หรือทำให้ฟังก์ชันบางอย่างทำงานผิดปกติ

นอกจากนี้ เนื้อหาภายในเว็บไซต์อาจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งบทความ รูปภาพ หน้า Landing Page และข้อมูลสินค้าและบริการ จึงควรมีการตรวจสอบเว็บไซต์เป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลและส่วนต่าง ๆ ยังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง

บริการรับดูแลเว็บไซต์ WordPress ช่วยเจ้าของธุรกิจอย่างไร

การมีทีมงานดูแลเว็บไซต์ช่วยให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องจัดการเรื่องทางเทคนิคด้วยตัวเองทั้งหมด โดยสามารถแบ่งงานด้านเว็บไซต์ให้ผู้ที่มีประสบการณ์รับผิดชอบได้

ลดภาระในการจัดการเว็บไซต์

เจ้าของธุรกิจสามารถใช้เวลาไปกับการบริหารงาน การขาย และการดูแลลูกค้า แทนที่จะต้องคอยตรวจสอบการอัปเดตหรือแก้ไขปัญหาทางเทคนิคด้วยตัวเอง

ลดความเสี่ยงจากการปล่อยเว็บไซต์ไว้นานเกินไป

เว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบเป็นเวลานานอาจสะสมปัญหาหลายอย่างโดยไม่รู้ตัว เช่น ลิงก์เสีย หน้าเว็บแสดงผลผิดพลาด หรือปลั๊กอินบางตัวไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบเวอร์ชันใหม่ได้

มีผู้ช่วยเมื่อเว็บไซต์เกิดปัญหา

เมื่อพบปัญหาเกี่ยวกับเว็บไซต์ การมีทีมงานที่รู้จักโครงสร้างเว็บไซต์อยู่แล้วจะช่วยให้สามารถตรวจสอบสาเหตุและวางแนวทางแก้ไขได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

งานสำคัญที่ควรมีในการดูแลเว็บไซต์ WordPress

การดูแลเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพควรครอบคลุมทั้งการป้องกันและการตรวจสอบ โดยมีงานสำคัญหลายด้าน

อัปเดต WordPress และส่วนประกอบต่าง ๆ

ควรตรวจสอบ WordPress Core รวมถึงธีมและปลั๊กอินที่ติดตั้งอยู่เป็นประจำ การอัปเดตควรดำเนินการอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีปลั๊กอินจำนวนมาก เพราะการเปลี่ยนเวอร์ชันอาจส่งผลต่อการทำงานของเว็บไซต์

สำรองข้อมูลเว็บไซต์

Backup เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะข้อมูลเว็บไซต์อาจเกิดความเสียหายจากหลายสาเหตุ การมีไฟล์สำรองที่สามารถนำกลับมาใช้งานได้จึงเป็นส่วนสำคัญของการบริหารความเสี่ยง

ตรวจสอบปลั๊กอินและธีม

ไม่ควรติดตั้งปลั๊กอินจำนวนมากโดยไม่จำเป็น และควรตรวจสอบปลั๊กอินที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงดูว่าปลั๊กอินยังได้รับการพัฒนาและรองรับกับ WordPress เวอร์ชันปัจจุบันหรือไม่

ตรวจสอบหน้าเว็บไซต์

ควรทดลองเปิดหน้าเว็บไซต์และฟังก์ชันสำคัญเป็นระยะ เช่น เมนู ปุ่มติดต่อ แบบฟอร์ม ช่องค้นหา และหน้าแสดงข้อมูลต่าง ๆ เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

ตรวจสอบการแสดงผลบนมือถือ

ผู้เข้าชมจำนวนมากใช้งานผ่านสมาร์ตโฟน เว็บไซต์จึงควรแสดงผลได้เหมาะสมกับหน้าจอขนาดเล็ก ทั้งตัวอักษร รูปภาพ เมนู และปุ่มต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านข้อมูลและติดต่อธุรกิจได้สะดวก

การดูแลเว็บไซต์กับความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ

ความเร็วในการโหลดเป็นอีกปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีรูปภาพจำนวนมากหรือมีการติดตั้งปลั๊กอินหลายตัว

การดูแลเว็บไซต์สามารถช่วยตรวจสอบปัจจัยพื้นฐานที่อาจทำให้เว็บไซต์ทำงานช้าลง เช่น รูปภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไป ปลั๊กอินที่ไม่จำเป็น ไฟล์บางส่วนที่ไม่ได้ใช้งาน หรือการตั้งค่าบางอย่างของเว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม ความเร็วเว็บไซต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ WordPress เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ Hosting เซิร์ฟเวอร์ ระบบแคช รูปภาพ โค้ด และองค์ประกอบอื่น ๆ การปรับปรุงจึงควรพิจารณาภาพรวมของเว็บไซต์

ดูแลเว็บไซต์ WordPress ควบคู่กับการทำคอนเทนต์

สำหรับธุรกิจที่ใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางทำ SEO การมีคอนเทนต์ใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่มีประโยชน์ แต่เมื่อมีการเพิ่มบทความและหน้าเว็บไซต์จำนวนมาก ก็ควรมีการตรวจสอบโครงสร้างเว็บไซต์ควบคู่กันไปด้วย

ตัวอย่างเช่น ตรวจสอบลิงก์ภายใน การจัดหมวดหมู่บทความ URL ของหน้าเว็บ รูปภาพ และการเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหา เพื่อให้เว็บไซต์มีโครงสร้างที่เป็นระเบียบและช่วยให้ผู้เข้าชมค้นหาข้อมูลได้ง่าย

การดูแลเว็บไซต์จึงสามารถทำงานร่วมกับแผน Content Marketing และ SEO ได้ โดยควรแยกหน้าที่ของแต่ละส่วนอย่างชัดเจน

เหมาะกับธุรกิจที่ไม่มีทีมเว็บไซต์โดยเฉพาะ

บริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางจำนวนมากอาจไม่มี Web Developer หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ประจำ การจ้างทีมภายนอกให้ช่วยดูแลจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระภายในองค์กร

แทนที่จะให้พนักงานที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้าน WordPress ต้องเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ธุรกิจสามารถมอบหมายงานด้านเว็บไซต์ให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล และให้ทีมภายในมุ่งเน้นงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง

ก่อนเลือกบริการรับดูแลเว็บไซต์ WordPress ควรสอบถามอะไร

ก่อนตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการ ควรสอบถามขอบเขตงานอย่างละเอียด เพราะบริการดูแลเว็บไซต์ของแต่ละรายอาจแตกต่างกัน

สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • มีการสำรองข้อมูลหรือไม่
  • ดูแล WordPress และปลั๊กอินอย่างไร
  • มีการตรวจสอบความปลอดภัยหรือไม่
  • หากเว็บไซต์ล่มสามารถช่วยตรวจสอบได้หรือไม่
  • รองรับการแก้ไขเนื้อหาหรือไม่
  • มีช่องทางติดต่อทีมงานอย่างไร
  • ระบุขอบเขตงานและจำนวนครั้งในการแก้ไขไว้อย่างไร
  • มีการรายงานผลการดูแลเว็บไซต์หรือไม่

การสอบถามรายละเอียดเหล่านี้ตั้งแต่แรกช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์เข้าใจบริการและสามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของธุรกิจได้มากขึ้น

สรุป

เว็บไซต์ WordPress ที่ดีไม่ควรได้รับการดูแลเฉพาะตอนที่เกิดปัญหา แต่ควรมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ทั้งด้านระบบ ความปลอดภัย การสำรองข้อมูล การแสดงผล และการทำงานของฟังก์ชันต่าง ๆ

บริการรับดูแลเว็บไซต์ WordPress จึงเป็นตัวช่วยสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการลดภาระด้านเทคนิคและรักษาความพร้อมของเว็บไซต์ในระยะยาว การมีผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบและจัดการเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้าและสนับสนุนการตลาดออนไลน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

เว็บไซต์ WordPress ควรมีคนดูแลเป็นประจำหรือไม่?

ควร เพราะระบบ WordPress ธีม และปลั๊กอินมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การตรวจสอบเป็นประจำช่วยให้พบความผิดปกติและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

การดูแลเว็บไซต์รวมการแก้ไขบทความหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับขอบเขตของแต่ละบริการ บางแพ็กเกจอาจรวมการแก้ไขเนื้อหาเบื้องต้น จึงควรสอบถามรายละเอียดก่อนเลือกใช้บริการ

ถ้าเว็บไซต์ใช้งานได้ปกติ ยังจำเป็นต้องดูแลหรือไม่?

จำเป็น เพราะการดูแลเว็บไซต์ไม่ได้มีเฉพาะการแก้ปัญหา แต่ยังรวมถึงการป้องกัน การสำรองข้อมูล การอัปเดตระบบ และการตรวจสอบองค์ประกอบต่าง ๆ

การสำรองข้อมูลสำคัญกับเว็บไซต์ธุรกิจอย่างไร?

ข้อมูลสำรองช่วยเพิ่มความพร้อมในการกู้คืนเว็บไซต์หากเกิดเหตุผิดปกติ เช่น ข้อมูลเสียหาย ระบบมีปัญหา หรือการแก้ไขเว็บไซต์ผิดพลาด

บริการดูแลเว็บไซต์ WordPress เหมาะกับใคร?

เหมาะกับเจ้าของธุรกิจ บริษัท ร้านค้าออนไลน์ และผู้ดูแลเว็บไซต์ที่ต้องการให้มีทีมงานช่วยจัดการงานด้าน WordPress อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีทีมเทคนิคภายในองค์กร